วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีเลือกซื้อไข่ไก่

ไข่ไก่
ไข่ไก่ ถือได้ว่าเป็นวัตถุดิบหลักในการนำมาประกอบอาหาร ในหลายๆเมนู และทุกครัวเรือนไม่ว่าไทยหรือเทศจะต้องหาซื้อมาเก็บไว้ในบ้าน หรือแม้แต่ชาวหอก็ยังไม่ขาดวัตถุดิบชนิดนี้เลย แล้วไข่ยังถือได้ว่าสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทุกยุคทุกสมัย แต่หลายๆ คนยังไม่ทราบว่าเราจะเลือกซื้อไข่กันอย่างไร เราถึงจะได้ไข่ที่มีคุณภาพ อย่างที่เราพอจะทราบกันอยู่บ้างว่า คุณค่าทางโภชนาการของไข่ไก่นั้นอยู่ที่เป็นไข่สด ไข่ไก่จะสดหรือไม่สดนั้น ก็สามารถดูได้จาก
1. สังเกตที่เปลือกไข่ ไข่สดจะมีผงคล้ายแป้งฉาบติดอยู่ ไข่เก่าเปลือกจะมันลื่น
2. ลักษณะเปลือกไข่ภายนอกเป็นสีนวลเพราะไข่เก่าที่ใกล้จะเน่านั้น จะมีลักษณะจุดสีเทาขาวๆ ดำๆ อยู่ที่เปลือก ยิ่งลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นได้ว่ามีสีคล้ำๆ  อยู่ด้วย
3. ทดสอบโดยการเขย่าไข่เบาๆ ดูว่ามีการสั่นคลอนข้างในหรือไม่ เพราะว่าไข่สดเนื้อจะแน่นติดเปลือก มีน้ำหนักไม่สั่นคลอน
4. เลือกดูขนาดของไข่ แต่ถ้าขนาดของไข่พอๆกัน ให้เลือกซื้อไข่ที่มีลักษณะรูปร่างกลม เพราะจะมีน้ำหนักเนื้อมากกว่าไข่รูปยาวๆ
5. เลือกดูเปลือกไข่ที่สะอาดสะอ้านจะเหมาะสมกับการนำไปประกอบอาหารเพราะถ้าเปลือกไข่สกปรก เชื้อโรคก็จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในไข่ได้ ทำให้ไข่เสียเร็ว และจะต้องทิ้งไปก่อนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีเลือกซื้อปลาทู

วิธีเลือกปลาทู


ปลาทูเป็นปลาทะเลที่หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ทั้งยังมีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงมากและเป็นแหล่งโปรตีนอย่างดี ปลาทู 100 กรัม จะมีคุณค่าทางอาหารดังนี้
-พลังงาน 140 แคลอรี่
-โปรตีน 20 กรัม
-ไขมัน 6.7 กรัม
-แคลเซียม 170 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส 60 มิลลิกรัม
-เหล็ก 11.9 มิลลิกรัม
-วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม
-วิตามินบี2 0.62 มิลลิกรัม
-ไนอะซิน 9.2 มิลลิกรัม
-วิตามินซี 9.2 มิลลิกรัม
สำหรับการที่เราจะได้ปลาทูมาประกอบอาหาร ก็จะต้องมีวิธีการเลือกกันหน่อย ถึงจะได้คุณค่าทางอาหารสูงสุด

สำหรับวิธีการเลือกซื้อปลาทูก็มีดังนี้
- สังเกตด้วยตา > ตาปลาทูจะต้องมีสภาพสดใหม่ ไม่มีคราบบนตัวปลา ส่วนหัวกับตัวต้องไม่หลุดออกจากกัน
- ดมกลิ่น > ปลาทูนึ่ง จะต้องมีกลิ่นสด ไม่เหม็นหืนหรือเหม็นเปรี้ยว เหม็นเน่า
- สัมผัส > ถ้าสัมผัสดูแล้วคราบเหนียวติดมือขึ้นมา ก็แสดงว่าปลาทูนึ่งไม่สด
- สุดท้าย > อย่าเลือกเข่งที่อยู่บนหรืออยู่ล่างเกินไป เพราะเข่งที่อยู่บนสุดจะมีแมลงวันมาตอม รวมทั้งฝุ่นละอองปลิวมาติด และเข่งล่างสุดอาจจะอับเกินไป ทำให้ปลาทูเสียง่าย
เคล็ดลับเพิ่มเติม เมื่อได้ปลาทูมาแล้ว วิธีที่จะเก็บปลาทูให้ได้นาน ๆ คือ นำปลาทูนึ่งไปทอดให้เหลืองก่อน ตักพักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน เมื่อสะเด็ดน้ำมันแล้วจึงเก็บใส่กล่องอาหารที่มีฝาปิดมิดชิด ถ้าจะให้เก็บไว้ได้นานจริงๆ นั้นก็ต้องเก็บแช่ในช่องฟีซ

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีเลือกซื้อ ปลากระป๋อง

ปลากระป๋อง อาหารสำเร็จรูปที่เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะด้วยรสชาติที่อร่อยมีเอกลักษณ์ เก็บรักษาได้นาน สะดวก กินง่าย นำมาปรุงแต่งเป็นอาหารเมนูอื่นได้หลากหลาย และราคาก็ถูกด้วย แบบนี้ใครจะทนไหม ต้องน้ำลายสอเป็นธรรมดา
ปลากระป๋อง
ปลากระป๋อง หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ แต่ก็ไม่ควรเดินดุ่มๆไปหยิบแล้วจ่ายตังค์ ควรใช้เวลาเลือกซักนิด เพราะบางทีอาจจะได้ของหมดอายุ ของเสีย เราควรที่จะได้ของดีมาครอบครองกันให้ได้ ไปดูวิธีเลือกซื้อปลากระป๋องกันเลย…..
วิธีเลือกซื้อปลากระป๋อง
1. สิ่งที่ต้องดูเป็นอันดับแรก คือ ดูที่วันหมดอายุ
2. อ่านฉลากเพื่อให้รู้ว่าเป็นปลาซาร์ดีนหรือปลาแมคเคอเรล
3. ดูให้ดีว่า ซอสมะเขือเทศหรือปรุงรสชาติเป็นแบบอื่นๆ
4. กระป๋องควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์
5. ฉลากควรมีสีสันปกติ ไม่ซีดจาง ถ้าซีดจางแสดงว่าเป็นของเก่าหรือโดนแดดมานาน
6. ราคา ควรซื้อแบบแพ็คเพื่อได้ราคาถูกลง
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สำหรับการเลือกซื้อปลากระป๋อง ง่ายมากๆ ลองใช้วิธีเหล่านี้ในการเลือกซื้อปลากระป๋องกันดูนะครับ

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีเลือกซื้อกุ้ง

วิธีเลือกซื้อกุ้ง

กุ้งเป็นอาหารที่สามารถทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ต้มยำ ผัด ทอด แถมรสชาตินั้น อร่อยมากกว่าสัตว์อื่น แถมยังราคาแสนแพงอีกด้วย เพราะด้วยรสชาติของมันนั่นเอง งั้นเรามารู้วิธีเลือกกุ้ง เพื่อความสดใหม่กันเลยครับ
1. หัวติดแน่นกับลำตัว หัวไม่เป็นสีดำ
2. ตาใส
3. เปลือกของกุ้งต้องใสไม่แดง มองเห็นเนื้อ
4. เนื้อแน่น กดแล้วไม่นุ่ม
5. ครีมและหางต้องไม่เป็นสีชมพู(ยกเว้นกุ้งบางตัว อาจจะมีสีชมพูอยู่แล้วตามธรรมชาติ)
6. กลิ่นไม่ฉุน ไม่อับ และไม่ชื้น

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีเลือกซื้อปลาสด ให้สดจริง!

วิธีเลือกซื้อปลา
         ปลา อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนชั้นดี ย่อยง่าย และมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า 3
        ปลาสดเป็นหนึ่งสิ่งที่ทุกคนชอบนำมาทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด และแน่นอนว่า การที่จะทำให้อาหารอร่อย ก็ต้องใช้ของสดเช่นกัน เพราะถ้าทำออกมาโดยที่วัตถุดิบไม่สด ก็ต้องเบือนหน้าหนีกันเป็นแถบ ดังนั้น พ่อครัวแม่ครัว จึงต้องรู้วิธีเลือกซื้อปลาสดกันไว้นะครับ เพราะวิธีเลือกซื้อปลาสดนั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย เพียงแค่ต้องสังเกตุซักหน่อย ค่อยเลือก ค่อยดู ก็จะได้คุณภาพปลาและของสดจริงๆ มาทำอาหารแสนอร่อย ไปเริ่มกันเลย
วิธีเลือกซื้อปลา
1. เนื้อของปลาต้องแน่น โดยลองกดที่ตัวปลาดู เนื้อจะเด้งคืนสภาพอย่างเร็ว
2.ตาปลากลมใส ไม่ขุ่น ไม่ยุบ
3.เหงือของปลาต้องแดงสด
4.เกล็ดของปลาต้องเรียบ เรียงกันแน่น ไม่หลุดรุ่ย
5.ถ้าเป็นปลาที่ไม่มีเกร็ด หนังปลาต้องยังสด เรียบ มีเมือกคลุม
6.กลิ่นของปลาต้องคาวธรรมชาติ ไม่เหม็นเน่า
7.อย่าเชื่อแม่ค้าโดยง่าย
หลักการแค่นี้ เราก็จะสามารถคว้าปลาสดมาอยู่ในมือกันแล้ว ไม่น่าจะยากนะครับ 

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การแต่งกาย เหมาะสมและให้ดูดีที่สุด! (ผู้หญิง)

การแต่งกาย
เผยเคล็ดการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างและสีผิว
1.ลายและสี – สามารถทำให้หลอกตาได้ สีอ่อนจะทำให้รู้สึกสว่าง สีเข้าจะทำให้แคบ ลวดลายขวางจะทำให้ดูกว้าง และลายดิ่งจะทำให้ดูสูงขึ้น
2.ปัญหาหน้าอกใหญ่ – ถ้าเป็นเสื้อเชิตให้ปลดกระดุมเสื้อให้ลึก(แต่ห้ามโป๊) และควรสวมเสื้อแจ็กเก็ตคลุมทับอีกชั้นก็ได้
3.ปัญหาหน้าอกเล็ก – ควรเลือกเสื้อที่มีระบายตรงหน้าอก หรือแบบจีบรูด และควรเป็นเนื้อผ้าที่หนา ไม่ควรใช้ผ้าเรียบ จะยิ่งดูเรียบไปอีก
4.ส่วนสาวสะโพกใหญ่ ไหล่เล็ก – แก้ไขโดยการสวมเสื้อที่มีจีบระบาย หรือจีบรูด หรือเลือกลายเสื้อแบบทะแยง เพื่อช่วยหลอกตาให้ดูไหล่กว้างขึ้นได้

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การเลือกซื้อ ปลาหมอสี

ปลาหมอสี
         สำหรับคุณผู้อ่านที่ชอบเลี้ยงปลา ปลาหมอสี คือปลาที่นิยมกันมากที่สุด เพราะมีสีสันที่สวยงาม เลี้ยงง่าย แต่การเลือกซื้อปลาหมอสีมาเลี้ยงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าเราเลี้ยงดี สีสัน ราคาขายต่อก็จะพุ่งสูงมาก เรามาดูวิธีเลือกปลาหมอสีกันเลยครับ
การเลือก ซื้อ ปลาหมอสี สังเกตุ และ ดูปลาหมอสี ก่อน ตัดสินใจซื้อ
1. ลูกตา ปลาหมอสี ควรพิจารณาเลือก ปลาหมอสี ที่มีลูกตาใส ไม่เป็นสีขาวขุ่น มองหน้าตรงแล้วระดับตาสองข้างเท่ากัน ปลาหมอสี บางชนิดจะมีลูกตาจมลงไปในเบ้าตา ซึ้งถ้าจมเท่ากันสองข้างไม่ถือว่าเป็นตำหนิ นอกจากจมเพียงข้างเดียว ถ้าปลาตานูนแบบปกติทั่วไป ก็ควรจะนูนเท่ากันทั้งสองด้าน ไม่ควรเลือกปลาตาเหลือก ตาคว่ำ เพราะการแก้ไขไม่มี
2. ครีบว่าย ของ ปลาหมอสี คือครีบที่ติดกับเหงือกทั้งสองข้างของตัวปลา จุดนี้ผู้ซื้อมักมองข้ามกันเสมอ ครีบว่ายที่ดีนั้นควรจะมีความยาวสั้นเท่ากันทั้งสองด้านไม่แหว่งวิ่น ครีบว่ายต้องไม่บิด ไม่มีเม็ดสาคู ปูด งอ 3. ครีบบน คือ กระโดงบน ควรจะเลือกพิจารณาอย่างละเอียด เพราะดูไม่ง่ายโดยเฉพาะปลาที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆกระโดงบนที่ดีนั้น ควรมีระดับความสูงไล่ระดับจากต่ำไปหาสูง เมื่อดูจากทางด้านส่วนหัวของปลานั้นกระโดงจะเริ่มที่บริเวณใกล้ ๆ กับลูกตาของปลา และเป็นเส้นกระดูกไล่กันไปตามระดับจนถึงส่วนท้ายของตัวปลา เส็นกระดูกหรือเส้นกระโดงแต่ละเส้นควรไล่ระดับสวยงามไม่หัก หรือขาดหายไป และควรกาง แผ่ ได้เต็มที่ ไม่ห่อ ไม่ควรเลือกปลาที่กระโดงบน ปูด งอ หรือปลายกระโดงชี้ฟ้า ชี้ดิน คด งอ
4. หางปลา หางปลาที่ดี ควรจะกางแผ่ได้เต็มที่ ข้อหางไม่คด หรือไม่งอไปด้านใดด้านหนึ่งหางปลาควรกว้างไม่ยาวเกินไปมีขนาดเหมาะสมกับตัวปลา หางปลาที่มีขนาดใหญ่ มักมีคนนิยมมาก เนื่องจากเมื่อปลากางแผ่เต็มที่ สามารถที่จะกางจนชิดครีบบน ครีบล่าง ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างครีบ ทำให้ดูตัวปลามีลักษณะกว้าง กลม สั้นขึ้น
5. ครีบล่าง ปลาหมอสี คือกระโดงล่าง ควรจะเลือกปลาตัวที่มีกระโดงสมบูรณ์ ในลักษณะเช่นเดียวกับการดูครีบบน คือเส้นกระดูกแต่ละเส้นต้องไล่ระดับอย่างเป็นระเบียบ ไม่ฉีกขาด หัก งอ แม้แต่เส้นเดียว 6. ครีบคู่ หรือ ตะเกียบ หรือ ครีบที่อยู่ตรงใต้อกของปลามีลักษณะเป็นคู่อยู่ใกล้กันควรจะเลือกโดยดูให้ครีบคู่ทั้งสองข้างมีความยาวเท่ากัน ไม่ขาดหายไปด้านใดด้านหนึ่ง ในปลาไซซ์ไม่เกิน 3″ ตะเกียบไม่ควรเกินรูทวาร ซึ่งอาจถูกสารกระตุ้น (ฮอร์โมน) เร่งเครื่องครีบปลาได้ ซึ่งมีผลทำให้ปลาเป็นหมันได้ ไม่ควรเลือกตะเกียบที่บิดงอ คต ปูด บวม แสดงถึงการผสมพันธุ์ในสายเลือด หรือ IN BREED ซึ่งก่อให้เกิดความพิการในรุ่นลูกได้ 7. ลำตัว ปลาหมอสี โดยทั่วไปแล้ว ผู้เลี้ยงปลามักนิยมเลี้ยงปลาลักษณะสั้น กว้าง มากกว่าปลาที่มีลักษณะยาวตัวแคบลักษณะลำตัวที่ดีต้องไม่คต งอ ไม่ควรสั้นไป หรือ SHORT BODY เพราะปลา SHORT BODY ถือเป็นปลาพิการที่สมส่วนก็จริงแต่จะโตช้ามาก ๆ ควรเลือกปลากว้าง และไม่สั้นมากนัก 8. โหนก หรือหัวที่โหนกนูนของปลา ในการเลือกซื้อผู้เลี้ยงส่วนใหญ่จะเลือก ปลาหมอสี ที่มีลักษณะโหนกอยู่แล้วยิ่งโหนกมากยิ่งดี หลักการซื้อควรดู ควรสังเกตุเลือกซื้อถ้าไปซื้อปลาที่มีโหนกอยู่แล้วก็ควรเลือกควรดูว่าโหนกของปลานั้นได้สมดุลซ้าย ขวา หรือไม่ เบี้ยวไปทางใดทางหนึ่งหรือไม่ หรือมียุบ ๆ บุ๋ม ๆ บ้างหรือไม่ โหนกที่ดีควรสูงกว่าไหล่บน หรือยื่นมาเสมอปากของปลาจะดีมีราคา
9. ปากของปลา ควรพิจารณาทั้งด้านข้าง และด้านหน้า (ด้านตรง) ถ้าเราไปพิจารณาด้านใดด้านเดียวจะทำให้ไม่เห็นตำหนิของปลา การมองปลาด้านหน้าปลา หรือด้านตรงจะทำให้เห็นว่าปากของปลาเบี้ยว หรือบิดไปด้านหนึ่งด้านใดหรือไม่ และการมองปากด้านข้างก็จะทำให้เห็นว่าปากของปลาหุบสนิทหรือไม่ ในปลาที่มีอายุมาก ๆ ปากปลาอาจจะห้อยปิดไม่สนิทไม่ควรทำเป็นพ่อพันธุ์ เพราะน้ำเชื้ออาจจะไม่สมบูรณ์แล้ว ในปากของปลาจะมีผนังอยู่ใกล้ฟันปลาควรมองไม่เห็น ถ้าเห็นถือว่าไม่ดี
10. ลวดลายของ ตัวปลา ปลาหมอสี CROSS BREED บางชนิดจะมีลักษณะเด่นที่ลวดลายบนลำตัว ปลาหมอสี ในการพิจารณาเลือกซื้อนั้น จะขึ้นอยู่กับประเภทของปลาเป็นสำคัญ ถ้าเป็นปลาที่เน้นทางด้านมุก ก็ควรจะมีมุกทั้งตัว สม่ำเสมอ ถ้าเป็นปลาที่เน้นมาร์ค มาร์คก็ควรยาวตลอดตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์เป็นสำคัญ
11. นิสัยของปลา ในการเลือกซื้อแต่ละครั้ง ควรพิจารณาอุปนิสัย และการตื่นตัวของ ปลาเป็นสำคัญ ใน ปลาหมอสี CROSS BREED โดยสายพันธุ์แล้วเป็นปลาที่มีนิสัยกร้าวร้าว หวงถิ่นที่อยู่ จนดูมีความตื่นตัวขี้เล่นถ้าไปเจอปลาหลบ ซึม นิ่ง ไม่ตื่นตัว เบื้องต้นอาจจะไม่สมบูรณ์พึ่งนำมาฟอร์ม หรือหนักข้อขึ้นก็เป็นโรค หรือ พึ่งหายจากโรคก็เป็นได้ ไม่ควรซื้อนะครับ 12. ที่อยู่อาศัยของปลา ในการดูตำหนิของปลาต้องอาศัยการดูสภาพแวดล้อมที่เลี้ยงปลาด้วย ถ้าที่เลี้ยงไม่สะอาดอาจส่งผลต่อปลาได้ในอนาคต สวยแต่ขี้โรค ไม่ดีแน่ ๆ นอกจาก
12 ประการนี้แล้ว อาจมีส่วนอื่น ๆ อีกบ้างเป็นรายตัวไปต้องสังเกตุให้ดี เช่นหูดข้างตาปลาหรือเนื้องอกบริเวณลำตัวของปลา
ขอบคุณข้อมูล : flowerhorncrossbreedfish